คุณซาโต้อุซะบุโรนักออกแบบเสื้อผ้าเล่าว่า “เสื้อผ้าของอุซะโตะ” เป็นผลงานที่ทำขึ้นจากฝีมือชาวบ้านในหมู่บ้านภาคอีสานของประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกฝ้าย เลี้ยงไหม ปั่นเส้นใย ไปจนถึงการตัดเย็บ รูปแบบการทำงานคือ สืบทอดการทำเสื้อผ้าตามวิถีธรรมชาติ ให้ความสำคัญความเบิกบานของทุกคนทั้งคนผลิต คนขายและคนสวมใส่ มากกว่าผลทางเศรษฐกิจที่เน้นกำไรสูงสุด ผู้สวมใส่จะสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของเส้นใย สวมใส่แล้วรู้สึกสบายตัว จึงแนะนำกันปากต่อปาก
ผมทำงานด้านการออกแบบเสื้อผ้าประมาณ 40 ปี ส่วนใหญ่ตัดเย็บเสื้อผ้าให้คนชั้นสูงในยุโรปที่มาสั่งตัดชุดแต่งงาน ชุดรับประทานอาหารงานเลี้ยงตอนเย็น แต่มาวันหนึ่งในปีคศ. 1991 ผมได้รับประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ทำให้ความคิดผมเปลี่ยนไป 180 องศาเลยทีเดียว ผมได้ยินเสียง เตือนสติว่าอย่างหลงไปกับโลกที่เน้นวัตถุหรือเน้นแต่เงินทองอย่างที่เป็น อยู่ในปัจจุบัน ผมไม่รู้สึกถึงเสน่ห์ของเสื้อผ้าที่ผมตัดเย็บมาก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย และไม่สามารถทำงานเหมือนที่ผ่านมาได้อีกแล้ว ผมตั้งคำถามกับตัวเองมาตลอดสี่ปีว่าผมจะทำอะไรดี
สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากคือการไม่ทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านเสียไป ผมจะไม่กำหนดระยะเวลาทอผ้าให้เสร็จและไม่กำหนดปริมาณการทอให้กับแต่ละคน ชาวบ้านเลยไม่ค่อยรู้สึกว่า “ทำงานเพื่อให้ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ” วิธีคิดของผมคือว่า ถ้าให้ชาวบ้านสามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้ คงจะเป็นเรื่องวิเศษทีเดียว ที่ผมคิดเช่นนั้นก็เพราะว่างานที่ทำในแต่ละวันแตกต่างไปตามอารมณ์ของพวกเขา เมื่อวิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นแบบนี้ผมจึงไม่อยากเข้าไปทำให้ชาวบ้านเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตเพียงเพื่อจะทำงานให้ผม และอยากให้ชาวบ้านทำงานตอนที่เขาอยากทำ ผมให้ความสำคัญกับการทำงานด้วยจิตใจที่แจ่มใสมากว่าจะเน้นที่ประสิทธิภาพการทำงาน อีกทั้งชาวบ้านไม่คิดว่าตนทำงานแลกเงิน ผมให้ชาวบ้านในหมู่บ้านทำงานตามเงื่อนไขและอารมณ์ของแต่ละคน ผมเคารพงานผ้าทุกชิ้นที่ชาวบ้านทอเสร็จ ผมรู้สึกว่าชาวบ้านกรุณาแบ่งปันให้ผม ดังนั้นไม่มีการทำสัญญา ทำงานกันด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน
ผ้าที่ทอขึ้นด้วยพลังการสร้างสรรค์ของช่างทอผ้าล้วนๆ
หลังจากได้ผ้าทอแล้วก็เป็นเรื่องของการออกแบบ ผมจะไม่สั่งชาวบ้านว่าอยากให้ทอผ้าแบบนั้นแบบนี้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ผมจะใช้วิธีอื่นเช่น นำผ้าที่ย้อมครามอย่างงดงามไปให้ชาวบ้านดูเป็นตัวอย่าง หรือนำผ้าโบราณของญี่ปุ่นที่งดงามให้ชาวบ้านดู หรือไม่ก็พูดกับชาวบ้านว่าผมอยากได้ผ้ามัดย้อมที่เหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ผมพูดคร่าวๆเพียงเพื่อให้ชาวบ้านเห็นภาพเบลอๆ แล้วไปแหงนมองดูดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยกัน ผมคิดว่าเป็นวิธีให้พวกเขาดึงพลังจินตนาการออกมา















